วันพุธที่ 5 มกราคม พ.ศ. 2554

เดอะ ดูไบ มอลล์ (The Dubai Mall)


เดอะ ดูไบ มอลล์ (The Dubai Mall)
เปิดตัวอย่างเป็นทางการ ด้วยร้านค้ากว่า 600 ร้าน นับเป็นพิธีเปิดห้างสรรพสินค้าครั้งยิ่งใหญ่สุดในประวัติศาสตร์อุตสาหกรรมค้าปลีก
นอกจากร้านค้าปลีกแบรนด์ดังจากทั่วโลก อาทิ Waitrose และ Hamleys ซึ่งเปิดตัวเป็นครั้งแรกในตะวันออกกลางแล้ว เดอะ ดูไบ มอลล์ ยังมีจุดสนใจอีกมากมาย ทั้งตลาดซื้อขายทองคำ ลานสเก็ตน้ำแข็งมาตรฐานโอลิมปิก ไปจนถึงศูนย์รวมแฟชั่น นอกจากนั้นเดอะ ดูไบ อควาเรียม แอนด์ ดิสคอฟเวอรี่ เซ็นเตอร์ (The Dubai Aquarium & Discovery Center) ยังได้รับความสนใจจากทั่วโลกจากการทำสถิติ ตู้กระจกอะคริลิกขนาดใหญ่ที่สุดในโลกด้วย
เดอะ ดูไบ มอลล์ เป็นผลงานการพัฒนาครั้งสำคัญของเอมาร์ มอลล์ส กรุ๊ป (Emaar Malls Group) ซึ่งเป็นบริษัทในเครือเอมาร์ พร็อพเพอร์ตี้ส์ (Emaar Properties) ผู้พัฒนาอสังหาริมทรัพย์รายใหญ่ของโลก ทั้งนี้ เมื่อเปิดทำการอย่างสมบูรณ์ เดอะ ดูไบ มอลล์ จะสามารถรองรับร้านค้าได้กว่า 1,200 ร้าน ซึ่งรวมถึงร้านทองคำและอัญมณี 220 ร้าน, ร้านอาหารและเครื่องดื่ม 160 ร้าน, ซูเปอร์มาร์เก็ต 1 แห่ง, ศูนย์จำหน่ายอาหารออร์แกนิก 1 แห่ง รวมถึงเชนห้างดังระดับโลกอีก 2 แห่ง ได้แก่ Galeries Lafayette และ Bloomingdale’s
จุดที่น่าสนใจอื่นๆ ในดูไบ มอลล์ ประกอบด้วย ดูไบ ไอซ์ ริงค์ (Dubai Ice Rink) ลานสเก็ตน้ำแข็งขนาดมาตรฐานโอลิมปิก, แฟชั่น อเวนิว (Fashion Avenue) ศูนย์รวมแฟชั่นสุดหรูบนพื้นที่กว่า 440,000 ตารางฟุต, เดอะ โกรฟ (The Grove) แหล่งช้อปปิ้งกลางแจ้งและในร่ม, สวนสนุกในร่มเซก้า (SEGA) แห่งแรกของภูมิภาคบนพื้นที่ 76,000 ตารางฟุต, คิดเซเนีย (KidZania) แหล่งความรู้และความบันเทิงสำหรับเด็กบนพื้นที่ 80,000 ตารางฟุต และศูนย์รวมโรงภาพยนตร์ 22 โรง ซึ่งถือว่าใหญ่ที่สุดในดูไบ
และเมื่อเราเดินทางไปเที่ยวที่ดูไบมอล์  เราจะได้พบกับ  Burj khalifa and  Dubai Fountain  ซึ่งตั้งอยู่ที่นี่ด้วยจ้า    นอกจากนี้  ยังพลาดไม่ได้กับ  Dubai   Aquarium  อีกด้วยจ้า 





ด้านในอลังการงานสร้าง



หลงทางเหรอค่ะ  เราช่วยได้ตัวนี้เป็นตัวบอกทิศทาง  แค่จิ้มไปว่าจะไปที่ไหน  มันจะบอกเส้นทางอย่างละเอียด 




Waterfall  ภายในดูไบมอล์  จำลองน้ำตกภายใน




อีกภาพ  ชัดๆๆ เต็มๆๆ




วันนี้โชคดี  ได้เจอรถพี่แบทแมนด้วยจ้า  นี่ละ  เค้าจ้างรถพี่แบทมาโชว์ถึงที่เลยจ้า




มาแล้วพี่น้อง  มุมโปรดค่ะ   Gold Sulk   ด้านนี้จะเป็นตลาดทองขนาดย่อมภายในมอล์




ก่อนไปซื้อทอง  ขอแอ๊คเป็นนางพญาหน่อยเหอะ หุหุหุ




นี่ค่ะ  ตลาดทองด้านใน   มีร้านรวงมากมายให้เลือกซื้อ  หลากแบบ  ถึงจะไม่ใหญ่เท่า  Gold  Sulk  ตลาดใหญ่  แต่ตรงนี้ก็มีเลือกหลายสิบร้านจ้า




ตัวอย่างบางตอน   วู้วววววว  Video  ภายในจ้า  
   





Burj  Khalifa  ตั้งเด่นเป็นสง่าอยู่ด้านข้างของ  Dubai mall




ด้านนอก  บริเวณลานน้ำ   ที่แสดง Dubai Fountain  จะมีลานเด็กเล่น  ที่เห็นคือลูกบอลน้ำ  เด็กๆ จะเข้าไปอยู่ด้านใน  และปั่นๆๆๆ  ออกมา  น่าสนุกมาก 







หกโมงตรงแปะ  การแสดงก็เริ่มทันที   ขอแอ๊กซ์หน่อยจ้า



ภาพสวยๆ ของ  Dubai  Fountain  และ  ตั้งอยู่ที่  Dubai Mall เช่นกัน


และแล้วดิฉัน  ก็พามาเที่ยวที่   Dubai  Aquraium  ขนาดใหญ่ที่ตั้งอยู่ภายในห้าง


ภายใน  เราจะได้สัมผัสกับสิ่งมีชีวิตใต้ทะเล  อย่างใกล้ชิด



น่ากิน  น่ากิน  อิอิ


เดี๋ยวจะพาชม  Aquarium  แบบเต็มๆ จ้า







วันอังคารที่ 4 มกราคม พ.ศ. 2554

การเดินทางโดยเรือ


เรือ
            เรือ  หรือที่เรียกกันว่า   อับร่า    เป็นเรือแบบดั้งเดิมที่ทำจากไม้  ในอดีตเป็นพาหนะสำคัญที่ชาวดูไบใช้สัญจรไปมาระหว่างทั้งสองฝั่งของดูไบ  ครีก  ก่อนที่จะมีสะพานพาดผ่านให้รถยนต์ได้นำผู้คนทั้งสองฝั่งข้ามไปมาหาสู่กันได้อย่างรวดเร็วขึ้น
            แต่ทุกวันนี้  อับร่าก็ยังเป็นที่นิยมของชาวดูไบผู้มีรายได้น้อย  คนที่เข้ามาทำงานในดูไบและนักท่องเที่ยวผู้ปรารถนาจะใกล้ชิดกับดูไบ  เวลาข้ามจากฝั่งเดียร่าไปเบอร์  ดูไบใช้เวลาประมาณ 10 นาที  ค่าเรือเที่ยวละ  1  ดิแร่ม  ก่อนเรือออกโซเฟอร์จะมาเรียกเก็บเงิน
            ปัจจุบันมีอับร่าประมาณ  150  ลำ  ที่วิ่งล่องไปมาอยู่ในดูไบครีก  แบ่งเป็นเรือ 3   สาย  สายแรกวิ่งจากเบอร์ดูไบ  ไปตลาดเก่าฝั่งเดียร่า  อีกสายวิ่งจากตลอดเบอร์ ดูไบไปอับ ซับคา ( Al Sabka ) และสายสุดท้ายจากนิว บานียาส ( New Baniyas) ไปถนนอัล ซีฟ ( Al Seef )  
            สำหรับอับร่านี้  ผู้คนจะนิยมใช้ในการท่องเที่ยว  ชมวิวเมืองโดยผ่านแม่น้ำสายหลัก  ซึ่งจะมีบริการทั้งกลางวันและกลางคืน   ไหลไปเรื่อยๆ สบายๆๆ  ไม่หวีดวิ้วเหมือนเรือหางยาวเมืองไทยค่า 5555
               นอกจากนี้  อับร่ายังได้รับความนิยมในช่วงกลางคืนด้วย  เพราะสามารถชมแสงสีตอนค่ำคืนได้สวยสุดตา
ภาพของอับร่า  ในช่วงค่ำคืน


           

รถบัสทัวร์ชมเมือง Sightseeing Tour by Big Bus


รถบัสทัวร์ชมเมือง  Sightseeing Tour by Big Bus
            เป็นรถบัส 2  ชั้น  เปิดหลังคานำนักท่องเที่ยวสัญจรไปตามจุดต่างๆ ที่น่าสนใจของดูไบ  มี 2  เส้นทางให้เลือก  โดยเริ่มจาก  Wafi  City  จากนั้นรถบัสจะพาร่อนไปกินลมชมวิวรอบเมือง  ทั้งย่านครีก  พิพิธภัณฑ์ดูไบ  ตลาดเก่า  บ้านชีค  ซาอิด  อัล มัคทูม  และตลาดทอง  ส่วนอีกเส้นหนึ่งเน้นโซนรอบนอกเมืองและเลาะเลียบชายหาดจูไมราห์  สามารถแวะลงเที่ยวและขึ้นรถต่อตรงจุดไหนก็ได้  ให้บริการตั้งแต่  09.00-17.00 น. ทุกวัน  ส่วนทัวร์กลางคืน จะเริ่ม  19.30 – 22.30 น. ทุกวัน
            สถานที่ทัวร์  Deira City Centre
-          Wafi and Raffles Hotel
-          Sheikh Zayed Road
-          Burj khalifa
-          Dubai Mall
-          Mall of the Emirates
-          Atlantis on The palm
-          Souk Madinat Jumeirah
-          Burj Al Arab
-          Jumeirah Beach Road
-          Jumeirah Mosque
-          Al Dhiyafah Street
-          Downtown Bur Dubai
-          Dubai Creek side
-          Al Maktoum Bridge
            สำหรับรถบัสทัวร์ชมเมือง  จะมีแบบ  Day tour  and  Night tour  ราคาก็จะแตกต่างกันไป 
            กลางวัน  :   ค่าโดยสารผู้ใหญ่คนละ 220  ดิแร่ม  เด็ก  100  ดิแร่ม  หรือถ้ามาเป็นครอบครัวพ่อแม่และลูกสองก็เหมาจ่าย  540  ดีแร่ม
            กลางคืน  :    ค่าโดยสารผู้ใหญ่   125  ดิแร่ม   เด็ก  75  ดีแร่ม  ครอบครัว  325  ดีแร่ม
            สามารถซื้อตั๋วบนรถ  จากโรงแรม ตามจุดขายตั๋วตามห้าง หรือผ่านทางอินเตอร์เน็ต  หรือโทรติดต่อ   04-3407709
            อันนี้เป็นอีกทางหนึ่งที่ได้รับความนิยมจากนักท่องเที่ยวเป็นอันมาก  เพราะว่าสามารถชม  และเก็บภาพประทับใจได้รอบตัวเมือง   โดยไม่ต้องหาที่จอดรถ  เพราะว่า จุดชมวิวบางครั้งจะอยู่บนสะพานสูงที่ห้ามจอดรถเด็ดขาด  ทำให้นักท่องเที่ยวเก็บภาพประทับใจได้อย่างเต็มอิ่ม  ทั้ง ชายหาด  วิวของตึกและทะเลสวยๆๆ 
จุดขายตั๋วที่  Mall of the Emirates  จะมีพนักงานขายและให้คำแนะนำ


เสร็จแล้วก็มารอขึ้นรถตรงด้านหน้าประตูทางเข้า


ภาพบรรยากาศ  บนรถจ้า


การเดินทางโดยรถเช่า


รถเช่า
            ทั่วทั้งดูไบมีบริษัทให้เช่ารถกว่า 40 บริษัท  โดยปกติราคาเช่ารถจะถูกกว่าประเทศอื่น  ถนนหนทางได้รับการพัฒนา  มีป้ายบอกทาง  ทั้งภาษาอังกฤษและอารบิคตลอดทาง  ซึ่งการจองรถนั้น  สามารถจองได้ล่วงหน้า  หรือไปจองวันที่ต้องการเดินทางได้เลย 
            เอกสารที่ใช้  คือรูปถ่าย 2 ใบ  สำเนาพาสปอร์ต  และต้องมีใบอนุญาตขับขี่สากลด้วย  และเมื่อได้รับรถ  ต้องตรวจสอบสภาพรถให้เรียบร้อย  แตร  ไฟ ที่นั่ง  กระจก  รอบตัวรถ  มีการขูดขีดหรือไม่  และที่สำคัญที่สุด  ต้องตรวจว่ามีแอร์  ด้วยรึเปล่า  เพราะอากาศที่ดูไบร้อนมากๆๆๆๆๆๆ  
            ส่วนอัตราค่าเช่ารถจะแตกต่างกันไปตามประเภทของรถ  รถเก๋ง  รถตู้   และ  ตามระยะเวลาด้วย   คือ  ถ้าเช่านาน  ค่าเช่าจะถูกกว่า  การเช่ารายวัน หรือรายอาทิตย์
            ปกติชาวต่างชาติที่มาทำงานที่ดูไบ  หากยังไม่มีรถเป็นของตัวเองจะนิยมเช่ารถขับ  ซึ่งจะมีแบบ 3 เดือน 6  เดือน หรือ 1 ปี แนะนำเป็น 3 เดือนจะดีที่สุด เพราะ สามารถเปลี่ยนรถได้ตลอดหากเราเห็นว่ารถขับไม่สบาย แต่ว่า  ถ้าอยู่นาน ซื้อรถขับจะถูกกว่าค่ะ  เพราะถูกแสนถูก
          อย่างที่เช่าขับ    Toyota yaris  ใหม่มาก ( ยังไม่แกะพลาสติกเลย ตอนไปรับมา)  ค่าเช่าเดือนละ  1,770  ดีแร่ม  ( 13,452 บาท/เดือน อันนี้สัญญาเช่า  6  เดือนค่ะ) ซึ่ง  พรบ.  ทะเบียน  ค่าทางด่วน  ทุกอย่างบริษัทจัดการหมด  หากมีปัญหา  ก็ส่งกลับบริษัท  ไม่ต้องซ่อมเอง  หากขับไม่พอใจ  ก็ส่งคืน  ไปเอาคันใหม่มาขับ 555
              รถเช่าเป็นที่นิยมมาก  ของผู้ที่มาทำงานที่ดูไบ  ในช่วงแรก  ก่อนซื้อจริง  อิอิ





การเดินทางโดยรถโดยสารประจำทาง




รถโดยสารประจำทาง
            ดูไบมีรถโดยสารประจำทางให้บริการมากกว่า 30 เส้นทางแผ่คลุมไปยังย่านที่มีคนอยุ่อาศัยและย่านธุรกิจการค้า  โดยปกติ ให้บริการในระหว่าง  06.00-23.00 น.  ซึ่งในการใช้บริการก็สะดวกและง่าย  แถมราคาไม่แพง  ซึ่งนักท่องเที่ยวที่มาเยือนดูไบจำนวนไม่น้อยก็ใช้บริการรถเมล์เพื่อเดินทางไปหามุมต่างๆ ของดูไบอย่างคล่องตัว 
            ถึงแม้ปัจจุบันทางการเองจะพยายามเร่งขยายการบริการให้ครอบคลุมมากขึ้น  แต่ปัญหาคือ  เรื่องป้ายหยุดรถประจำทางและตารางการเดินรถที่ยังไม่ได้รับการพัฒนา  เพราะหาป้ายหยุดรถประจำทางได้ยากมาก  บางสายการรอรถประจำทาง  ครึ่ง – 1 ชั่วโมง  แต่ถ้าสายที่ผู้คนนิยมรอรับการบริการ  รถจะมาทุก 10 นาที  ส่วนที่รอรถประจำทาง  จะมีแอร์ติดด้วย  เพราะอากาศร้อนสุดๆๆ
ที่รอรถโดยสารติดแอร์พร้อม

            ผู้โดยสารสามารถซื้อตั๋วรถเมล์ได้ที่สถานีรถประจำทาง  หรือจ่ายเงินให้คนขับตอนขึ้นรถ  ซึ่งราคาอยู่ระหว่าง 1-3 ดิแร่ม  ขึ้นอยู่กับจุดหมายปลายทาง  และควรเตรียมเหรีญให้พอดีกับค่ารถ   เพราะคนขับไม่มีเงินทอนนะจ้ะ   เค้าไม่มีกระเป๋ารถเหมือนบ้านเราจ้า
            ที่นั่ง  3 แถวด้านหน้าสำหรับ  ผู้หญิงและเด็กเท่านั้น  แถวถัดไป  สำหรับผู้ชาย  ครอบครัว  การขึ้นรถโดยสาร  หรือเรียกง่ายๆ รถบัสที่ดูไบ  ต้องทำใจค่ะ  ถ้าคุณคิดว่าการขึ้นรถเมล์เมืองไทยหนักแล้ว  มาที่นี่  ชิว ชิวไปเลย  5555  เพราะเค้าไม่ง้อลูกค้า ไม่ง้อจริงๆ นะเออ 
ขั้นแรกเค้าจะให้ผู้หญิงขึ้นก่อน  จากนั้นถึงจะให้คนที่มากับครอบครัว  หรือผู้ชายขึ้น  ตอนนั้นยืนรอกับแฟนกะหาประสบการณ์มาเล่าให้ผู้อ่านฟังนี่แหละ  พอรถมา  เท่านั้นแหละ  ผู้หญิงขึ้นเสร็จ  ไอ้เรายืนรอที่ป้ายมาเกือบ 30 นาที ยังไม่ได้ย่างเท้า  ม่างงงงงงงง   แขก  อาหรับ วิ่งกรูกันมาขึ้น  ป๊าดดด มันเบียดเลยค่ะพี่น้อง แย่งขึ้น  ยังขึ้นไม่หมดนะ  อืดอาดนิดเดียว  รถปิดประตู  ออกไปแระ  โอ้ยย  ยืนหัวเราะกับสามี  บอกนั่งแท็กซี่เหอะ  ไม่ไหว  
            ถ้าได้อ่านเรื่อง  เรื่องแย่ๆ ในดูไบ จะรู้นะค่ะ  ว่าคนที่นี่ ไม่รู้จักคำว่าเข้าคิว  สะกดไม่ออกด้วยซ้ำ  ดังนั้นไม่ต้องแปลกใจ  หากคุณยืนรอเป็นคิวแรก  แต่อาจได้เป็นคิวสุดท้าย 


จอดรอรับผู้โดยสารจากสถานีรถไฟฟ้า




 

วันจันทร์ที่ 3 มกราคม พ.ศ. 2554

การเดินทางโดยรถไฟฟ้า


รถไฟฟ้า
            รถไฟฟ้า  ถือเป็นอีกอย่างที่ได้รับความนิยมสูงสุด  เพราะสะดวก  รวดเร็ว   และถูกกว่าค่าโดยสารประเภทอื่น  ซึ่ง 
            รถไฟสายสีแดง  ยาว  52  กม. มี 29 สถานี  โดยเริ่มวิ่งจาก สถานีราชิดิวา ( Rashidiva )  ไปสิ้นสุดที่สถานีเจเบล อาลี ( Jebel Ali) ใช้เวลาประมาณ 1 ชั่วโมง 
            รถไฟสายสีเขียว  ยาวประมาณ  22.5 กม.  มี 18 สถานี  เริ่มจากสถานีจัตุรัสอับ อิติฮัด ( Al lttihad Square ) ไปสิ้นสุดที่ สถานีราชิดิยา  เส้นนี้จะวิ่งผ่านฝั่งเดียร่าและยานใจกลางเมือง และผ่านสนามบินดูไบเทอร์มินัล 1 และ 3 ด้วย 
            รถไฟฟ้าของดูไบนี่  ไม่มีคนขับค่ะ  จะเป็นห้องผู้โดยสารทั้งหมด  โดยจะมี  แบบ  Gold Class  ที่หัวขบวน  ซึ่งตัวนี้ มีที่นั่งกว้างขวาง มีพนักงานคอยบริการเครื่องดื่ม  ราคาแพงกว่าปกติ เท่าตัว   ส่วนในตู้อื่นๆ  จะแบ่งเป็นสองส่วน  สองตู้แรกจะเป็นของ  ผู้หญิงและเด็ก  ถ้าผู้ชายเข้าไป  เจ้าหน้าที่มาดเข้ม  ซึ่งบางคนก็หล่อบาดใจ อิอิ  จะมาเตือนชายหลงทางทั้งหลายให้ย้ายตัวเองไปที่ตู้อื่นทันที   ส่วนตู้ถัดไป  เป็นตู้รวม ชายหญิง  และครอบครัว 
            อีกอย่างการเดินทางภายในสะดวกสบาย  แอร์เย็นฉ่ำ  พร้อมทั้งบันไดเลื่อนตลอดเส้นทางไม่ต่างจากสนามบินเลยค่ะ   อีกทั้งยังมีลิฟ  ไว้คอยบริการผู้โดยสารที่ไม่อยากเดินเมื่อยตุ้ม หรือผู้ที่มีรถเข็นเด็ก และผู้สูงอายุ
            สำหรับตัวรถไฟ  จะมี 3 แบบ  คือ 
1.      แบบ  Gold Class  ที่นั่ง  VIP
2.      แบบตลอดชีพ   ตัวนี้จะเป็นสีเท่า  เราซื้อครั้งเดียว  20  ดีแร่ม ( จะมีเงินข้างในแล้ว 20 ดีแร่ม ) สามารถเติมเงินได้เรื่อยๆ เหมือนบัตรเติมเงิน
3.      แบบใช้ครั้งเดียว  จะเป็นสีแดงค่ะ  คือ  จากสถานีหนึ่ง ไปสถานีหนึ่ง  ใช้เสร็จ นำกลับมาใช้ใหม่ไม่ได้ค่ะ 
            รถไฟฟ้าจะมาทุก 5 นาที  และจะมีการบอกสถานีทุกระยะ  จะมีเจ้าหน้าที่คอยให้การบริการและตรวจความเรียบร้อยตลอดสถานี   แต่ต้องบอกก่อนค่ะ  ว่าอยู่มาเป็นปี หาน้ำใจยากมาก  บางครั้งคนท้องขึ้นรถ คนแก่  หรือ เด็กงี้  ไม่มีใครลุกให้นั่งค่ะ  แม้แต่สาวๆ  หรือ  ผู้ชาย เรียกว่า ใครได้ที่นั่งก็สบาย  คนขึ้นทีหลังไม่สนใจ  ที่สำคัญ เจอประจำ  คือตอนที่จะตอกบัตรผ่าน  เข้า-ออกช่องผู้โดยสาร  โอ้ย  มันมาเลยค่ะ  วิญญาณผู้ชาย  วิ่งมาตัดหน้าแซงไปซะงั้น  เฮ้อ ทำใจค่ะ


ถัดจากประตูทางเข้ามาจะเป็นทางขึ้นไปสู่ห้องผู้โดยสารค่ะ



ถัดจากขึ้นบันไดเลื่อนมา  ก็จะเป็นบันไดเลื่อนทางราบ  ชนิดว่าไม่ต้องเมื่อยเดินจ้า


ภายในอาคาร  พอตีตั๋วผ่านเข้ามา  ชั้นสอง  จุดรอรถไฟฟ้า



รถไฟฟ้าจะมาทุก 5 นาที  โดยจะมีคอมฯ  บอกเวลาตลอด


ป้ายบอกให้ทราบว่านี่เป็น  ส่วนของผู้หญิงและเด็กเท่านั้น

 
อยากถ่ายด้านในมาฝากเหมือนกัน  ได้แค่นี้ก่อน     ส่วนอันนี้วีดีโอจ้า

inside train


dubai metro all you want to know



dubai metro